การบูลลี่เป็นปัญหาพบเจอได้บ่อยในสังคมปัจจุบัน ไม่ว่าจะบนโลกออนไลน์หรือชีวิตจริง โดยเฉพาะในสถานศึกษาที่คุณพ่อคุณแม่คาดหวังให้ลูกเจอเพื่อนที่ดี คนรอบตัวที่น่ารัก แต่บางครั้งก็เป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้น การสอนให้ลูกรู้จักรับมือกับการถูก Bullying จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ และช่วยเหลือคนที่ถูกบูลลี่ได้ทันเวลาอีกด้วย
การบูลลี่ (Bullying) คืออะไร
บูลลี่ (Bullying) คือ การกลั่นแกล้งหรือทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมซ้ำ ๆ กับคนที่อ่อนแอกว่าด้วยความจงใจ ไม่ว่าจะเป็น การทำร้ายร่างกาย ใช้คำพูดรุนแรง หรือกีดกันคนนั้นให้ออกไปจากสังคม เพื่อให้เหยื่อรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดจนเกินเป็นปมในใจ มักพบสถานการณ์นี้ได้บ่อยในโรงเรียน สถานที่ทำงาน หรือบนโซเชียลมีเดีย
การบูลลี่ มีกี่ประเภท
การบูลลี่ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน สามารถแบ่งออกมาได้ทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่
1. การกลั่นแกล้งทางกายภาพ (Physical Bullying)
การทำร้ายร่างกายเหยื่อ ด้วยการเตะ ผลัก ทุบหรือตี จนเกิดอาการบาดเจ็บและเป็นแผลที่มองเห็นได้ชัดเจน และยังรวมถึงการทำลายทรัพย์สินของอีกฝ่ายจนทำให้เกิดความเสียหาย เพื่อข่มขู่และกดเหยื่อให้อยู่ภายใต้อำนาจ
2. การกลั่นแกล้งด้วยคำพูด (Verbal Bullying)
การใช้คำพูดเชิงเหยียดหยาม ล้อเลียน ด่าทอ ดูถูก ใส่ร้าย ข่มขู่อีกฝ่ายให้กลัว ไปจนถึงการประจานเหยื่อให้เกิดความอับอาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและอาจถึงขั้นเกิดเป็นภาวะซึมเศร้า (Depression)
3. การกลั่นแกล้งทางสังคม (Social Bullying)
การเมิน เพิกเฉย กีดกันเหยื่อออกจากวงสังคม และปล่อยข่าวเท็จ เพื่อให้สังคมรอบตัวมองเหยื่อในทางลบ และไม่มีใครอยากคบหาด้วย จนเขารู้สึกโดดเดี่ยวและรู้สึกว่าไม่มีที่ยืนในสังคม

ผลกระทบจากการบูลลี่ ทั้งร่างกายและจิตใจของเด็ก
หากเกิดการบูลลี่ในโรงเรียนหรือสถานศึกษา ย่อมทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน ไม่อยากเข้าสังคม และผลการเรียนแย่ลง ไม่สามารถโฟกัสกับเนื้อหาตรงหน้าได้ เพราะเกิดความวิตกกังวลตลอดเวลา รวมถึงเกิดปัญหาทั้งทางร่างกายและจิตใจ ดังนี้
- ผลกระทบทางร่างกาย หากถูกใช้ความรุนแรงซ้ำ ๆ อาจทำให้เหยื่อเกิดอาการบาดเจ็บเรื้อรังจนป่วยเป็นโรค มีอาการนอนไม่หลับ และมีแผลฟกช้ำเต็มตัว
- ผลกระทบทางจิตใจ กลายเป็นโรคทางจิตเวช เช่น ซึมเศร้า แพนิค หรือ PTSD ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขเหมือนเด็กทั่วไป และอาจร้ายแรงถึงขั้นฆ่าตัวตายหรือกลายเป็นผู้ก่ออาชญากรรมได้ในอนาคต

แจกวิธีรับมือการบูลลี่ ให้ลูกปลอดภัยและไม่ตกเป็นเหยื่อความอันตราย
จะเห็นได้ว่าการบูลลี่มีหลากหลายรูปแบบ และส่งผลกระทบที่น่ากลัวต่อลูกน้อยในช่วงที่คลาดสายตาจากพ่อแม่ ในฐานะผู้ปกครองควรสอนให้ลูกรับมือหากเกิดสถานการณ์เหล่านี้ขึ้น
รายงานสถานการณ์ให้พ่อแม่ทราบอยู่เสมอ
ทั้งการเช็กสภาพร่างกายและจิตใจ ควรเล่าทุกอย่างที่พบเจอกับพ่อแม่ตรง ๆ เพื่อให้พวกเขาหาทางแก้ไขได้ทันเวลา เช่น หากสังเกตว่าลูกมีอาการทางใจผิดปกติ ก็จะได้พาลูกไปพบจิตแพทย์เด็กเพื่อรักษา เป็นต้น
ไม่โต้ตอบกลับด้วยความรุนแรง
แม้ว่าอีกฝ่ายจะใช้ความรุนแรงกับเรา ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือคำพูด ควรสอนให้ลูกใจเย็น ไม่โต้ตอบกลับ เพราะสถานการณ์อาจแย่ลงและบานปลายได้ ให้แสดงท่าทีว่าเราไม่สนใจ จากนั้นรีบไปแจ้งคุณครู ปรึกษาพ่อแม่ และฝ่ายปกครองของโรงเรียนให้เร็วที่สุด
รายงานความไม่เหมาะสม กรณีถูก Cyber Bullying
หากลูกถูกเพื่อนในโรงเรียนหรือบุคคลภายนอก พูดจาไม่เหมาะสมบน Social Media ควรกดรายงานไปยังแพลตฟอร์มนั้น ๆ ให้ดำเนินการตรวจสอบ หรือแบน Account นั้นโดยทันที
รวบรวมหลักฐานการถูกบูลลี่
หากมีแผลฟกช้ำควรถ่ายรูปเก็บไว้ หรือแคปข้อความข่มขู่ที่ได้รับจากอีกฝ่าย เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับแจ้งฝ่ายปกครอง หรือใช้ในการดำเนินคดี หากสถานการณ์นั้นรุนแรงเกินกว่าเหตุและต้องใช้กฎหมายเพื่อตัดสิน
St. Andrews Dusit กับกิจกรรมรณรงค์และต่อต้านการบูลลี่ในสถานศึกษา
ที่โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส ดุสิต ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เรามีกิจกรรมรณรงค์และต่อต้านการบูลลี่เนื่องในโอกาส Anti-Bullying Week เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนเคารพ ยอมรับ รวมถึงให้เกียรติผู้อื่นซึ่งกันและกัน เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขต่อไปในอนาคต โดยมีรายชื่อกิจกรรมดังนี้

Kindness Tree ต้นไม้แห่งความเมตตา
ดุสิตให้นักเรียนแต่ละคนเขียนคำพูดหรือข้อความดี ๆ ลงบนกระดาษสีรูปหัวใจ จากนั้นนำไปแขวนบน Kindness Tree เพื่อส่งต่อพลังบวกให้กับผู้ที่เข้ามาอ่าน และหัวใจจากเด็ก ๆ ทุกดวงก็จะช่วยเติมเต็มต้นไม้ให้สวยงามอีกด้วย

Super Odd Sock Challenge กิจกรรมถุงเท้าสุดประหลาด
ดุสิตให้เด็ก ๆ สวมถุงเท้าที่ไม่เข้าคู่กัน เพื่อแสดงออกว่าความแตกต่างมันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด แต่เป็นสิ่งที่ควรเฉลิมฉลองร่วมกัน รวมถึงเอาไว้เตือนใจทุกคนว่าการยอมรับในความแตกต่างและเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ในโรงเรียนนั้นแข็งแกร่งขึ้นด้วย
นอกจากนี้ เด็ก ๆ จะได้แบ่งปันไอเดียการหยุดการบูลลี่ โดยทีมบรรณารักษ์จะเตรียมกระดาษเอาไว้ให้ และสามารถหย่อนลงในกล่องหน้าห้องสมุด ซึ่งดุสิตจะรับข้อเสนอแนะของเด็ก ๆ ทุกคนและนำความคิดเห็นเหล่านั้นไปพัฒนาโรงเรียนต่อไป
สรุป
การบูลลี่ เป็นปัญหาสังคมที่สร้างบาดแผลให้กับชีวิตเด็กคนหนึ่ง และอาจโหดร้ายถึงขั้นการจบชีวิตตนเอง ในฐานะผู้ใหญ่ควรทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์ที่ดี หมั่นถามลูกเป็นประจำว่าเพื่อน ๆ หรือคุณครูที่โรงเรียนเป็นอย่างไร และหากพบว่าลูกมีพฤติกรรมที่แปลกไป ไม่ชอบการไปโรงเรียน ลองพูดคุยกับพวกเขาอย่างใจเย็น เพราะเด็ก ๆ ต้องการพ่อแม่ที่เข้าใจและรับฟังพวกเขามากที่สุดในยามที่อ่อนแอ
