สำหรับพ่อแม่ที่สงสัยว่าเราสามารถพาลูกย้ายโรงเรียนกลางเทอมได้ไหม คำตอบคือได้ แต่จะต้องเตรียมตัวให้ดี แจ้งทั้งฝั่งโรงเรียนเก่าและโรงเรียนใหม่ที่จะพาลูกย้ายเข้าไปเรียน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาติดขัด และลูกน้อยสามารถเรียนต่อได้อย่างสบายใจ บทความนี้ดุสิตจะมาแชร์ว่าขั้นตอนการย้ายโรงเรียนกลางเทอมนั้นมีอะไรที่ควรทราบ มีเอกสารอะไรที่สำคัญ และควรเตรียมความพร้อมเบื้องต้นให้ลูกอย่างไรบ้าง
เช็กสัญญาณที่บ่งบอกว่าพ่อแม่ควรให้ลูกย้ายโรงเรียนกลางเทอม
แน่นอนว่าการย้ายโรงเรียนกลางเทอมเป็นเรื่องใหญ่สำหรับครอบครัว แต่หากมีเหตุจำเป็นก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับลูก โดยเฉพาะถ้ามีสัญญาณต่อไปนี้เกิดขึ้น แปลว่าควรพิจารณาเรื่องการย้ายโรงเรียนให้ลูกได้แล้ว
ลูกไม่มีความสุขกับการไปโรงเรียน
อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ลูกถูกบูลลี่ หรือคุณครูดูแลเด็ก ๆ ไม่ทั่วถึง จนเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบทั้งเกรดและสุขภาพจิตของเด็ก โดยลูกอาจแสดงออกผ่านการร้องไห้ หรือบ่นไม่อยากไปโรงเรียนทุกวัน ทางที่ดีที่สุดคือเลือกโรงเรียนใหม่ให้กับลูก และคอยฟื้นฟูหัวใจน้อย ๆ ของเขาให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
หลักสูตรไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
กรณีที่คุณพ่อคุณแม่พบว่าหลักสูตรไม่ได้คุณภาพ ลูกไม่ได้พัฒนาทักษะและความรู้เท่าที่ควรจะเป็น อาจจะเพราะเนื้อหาง่ายเกินไปหรือไม่ตอบโจทย์กับความสามารถของลูก การเปลี่ยนไปเรียนที่โรงเรียนที่มีการการันตีหลักสูตร มีมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จะช่วยให้พ่อแม่มั่นใจได้ว่าลูกจะได้เรียนรู้อย่างเต็มที่และได้ท้าทายศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกมีโอกาสทางการศึกษาที่ดีและสามารถต่อยอดได้ในอนาคต
ปัจจัยอื่น ๆ / เหตุผลส่วนตัว
เช่น โรงเรียนตั้งอยู่ไกลบ้านจนเกินไป คุณพ่อคุณแม่เดินทางไปทำงานหลังส่งลูกไม่สะดวก ลูกก็ต้องตื่นเช้าและสมองไม่แล่นขณะเรียน ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลกระทบทั้งสุขภาพและเกรดของลูกอย่างแน่นอน หรือผู้ปกครองอยากให้ลูกเก่งภาษามากขึ้น เลยอยากย้ายลูกจากโรงเรียนไทยไปโรงเรียนอินเตอร์ เป็นต้น

วิธีย้ายโรงเรียนกลางคัน มีขั้นตอนอะไรที่ผู้ปกครองควรรู้บ้าง
ถ้าลูกตัดสินใจและพ่อแม่พิจารณาเรื่องการย้ายโรงเรียนอย่างถี่ถ้วนแล้ว มาดูกันว่าขั้นตอนการยื่นเรื่องย้ายโรงเรียนกลางเทอมนั้นมีอะไรบ้าง
1. ติดต่อสอบถามกับโรงเรียนใหม่
การจะย้ายโรงเรียนได้ โรงเรียนปลายทางที่เลือกจะต้องมีที่ว่างหรือเปิดรับสมัครนักเรียนด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนเอกชน หรือโรงเรียนรัฐเล็ก ๆ ซึ่งทางดุสิตแนะนำให้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่โรงเรียนโดยตรง เพื่อที่จะได้พาลูกไปเยี่ยมชมสภาพแวดล้อมของโรงเรียนด้วยว่าถูกใจเขาหรือเปล่า รวมถึงเรียนรู้วัฒนธรรมการติดต่อสื่อสารระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครองเบื้องต้นด้วย
2. เช็กคุณสมบัติและผลคะแนนของลูก
ผลการเรียนของลูกต้องไม่ติด 0, ร, มส หรือ มผ มิเช่นนั้นจะถือว่าผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์การศึกษาขั้นพื้นฐาน จะต้องแก้คะแนนหรือเกรดให้เรียบร้อยก่อนทำเรื่องย้ายโรงเรียน เพื่อให้สามารถออกหนังสือรับรองผลการเรียนหรือใบ ปพ.1 ได้
3. เตรียมเอกสารให้เรียบร้อย
หลังจากที่ตกลงและได้ใบรับรองจากโรงเรียนปลายทางแล้ว ก็ให้กลับมาแจ้งย้ายออกที่โรงเรียนต้นทาง เพื่อให้เขาออกเอกสารที่สำคัญ โดยรายชื่อเอกสารย้ายโรงเรียนเทอม 2 ที่พ่อแม่ต้องใช้ (เบื้องต้น) มีดังนี้
- หนังสือรับรองการเป็นนักเรียน (Recommendation)
- หนังสือรับรองผลการเรียน (Transcript)
- หนังสือส่งตัวจากโรงเรียนเดิม
- บัตรประจำตัวประชาชนของนักเรียนและผู้ปกครอง
- สำเนาทะเบียนบ้านของนักเรียนและผู้ปกครอง
- เอกสารแสดงคะแนนระหว่างเรียนและเวลาเรียน
- แบบคำร้องขอย้ายเข้าเรียน
- รูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว
- เอกสารเพิ่มเติม เช่น ระเบียนสะสม, สมุดพก, เอกสารคำอธิบายรายวิชา เป็นต้น
ซึ่งนอกเหนือจากเอกสารข้างบน แต่ละสถาบันอาจต้องเอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติม แนะนำให้สอบถามกับโรงเรียนปลายทางอีกครั้ง
4. ประเมินความรู้ก่อนเข้าเรียน
เพราะสถาบันบางแห่งโดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติ จำเป็นต้องให้เด็กวัดความรู้ก่อนเข้าเรียน อย่างการทดสอบระดับภาษาอังกฤษ เพื่อจัดสรรห้องเรียนให้เหมาะสมกับความสามารถ รวมถึงอาจให้เด็ก ๆ เข้าไปทดลองเรียนก่อน เพื่อให้ปรับตัวและคุ้นเคยกับห้องเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ คุณครูคนใหม่ได้รวดเร็วขึ้น

St. Andrews Dusit โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษที่ใส่ใจในเส้นทางการศึกษาของนักเรียน
อยากพาลูกย้ายโรงเรียนกลางเทอมไปยังสถาบันที่มีมาตรฐานการศึกษาระดับสากล St. Andrews Dusit เป็นโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษในเครือของ Cognita ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Education) ส่งเสริมความเป็นเลิศทั้งด้านวิชาการและกิจกรรม
บุคลากรและสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพ
นักเรียนที่ย้ายเข้ามาเรียนใหม่กะทันหันจะได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ของดุสิต ตั้งแต่การปรับพื้นฐาน วัดระดับภาษาอังกฤษ และการปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ โดยคุณครูของเรามีความเชี่ยวชาญในการเข้าหาเด็กเล็ก บวกกับสภาพแวดล้อมที่เป็นห้องเรียนขนาดเล็ก ทำให้สามารถดูแลเด็ก ๆ ทุกคนได้อย่างทั่วถึง คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจได้เลยว่าลูกน้อยของคุณจะได้รับการใส่ใจอย่างเต็มที่แน่นอน
ออกแบบหลักสูตรเฉพาะบุคคล ที่เข้ากับความสามารถของเด็ก
หลักสูตรของดุสิตเป็นหลักสูตรเฉพาะบุคคล (Personalised Learning) ที่ปรับให้เข้ากับความสามารถและความสนใจของเด็ก ๆ เพราะแต่ละคนมีความถนัดและความชอบที่แตกต่างกัน สิ่งนี้ทำให้เด็ก ๆ เรียนรู้เนื้อหาได้แบบไม่กดดัน แม้ว่าพื้นฐานจะไม่เท่ากัน อีกทั้ง ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจและการมีส่วนร่วมในห้องเรียนมากขึ้นด้วย
รายวิชาและกิจกรรมที่ตอบโจทย์กับเด็กทุกคน
ความเป็นเลิศทางวิชาการของดุสิตเป็นที่ประจักษ์เสมอมา โดยผลการประเมินจาก GL Assessments ในปีที่แล้ว นักเรียนของเรามีผลคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในทุกวิชาหลัก ทำให้เราได้รับการรับรองระดับ Gold Accreditation นอกจากนี้ ดุสิตยังมี Extra-Curricular activities ให้เลือกเรียนกว่า 80 กิจกรรม ครอบคลุมทุกความสนใจของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ดนตรี ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ภาษาที่ 3 ศิลปะป้องกันตัว และอีกมากมาย
สรุป
แม้ว่าการย้ายโรงเรียนกลางเทอมจะเป็นเรื่องท้าทายทั้งผู้ปกครองและนักเรียน แต่เพื่ออนาคตทางการศึกษาที่ดีของลูก ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผล แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกโรงเรียนปลายทางที่ตอบโจทย์ และช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกได้อย่างรอบด้าน โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส ดุสิต จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเราคือสถาบันที่พร้อมปูเส้นทางการเรียนรู้ระดับสากล และให้เด็ก ๆ ทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
