การโต้วาที เป็นกิจกรรมที่โรงเรียนนิยมจัดให้เด็กนักเรียนได้มาแสดงความคิดเห็นแข่งกัน อาจจะจัดเป็นกิจกรรมสนุก ๆ หรือใช้ในการเลือกตั้งสภานักเรียน เพื่อให้ผู้ลงคะแนนตัดสินใจเลือกผู้สมัครที่เหมาะสม มีความเป็นผู้นำ และแสดงจุดยืนของตัวเองได้ดี ซึ่งเป็นสกิลที่ควรฝึกให้เด็ก ๆ ลองใช้ เพราะช่วยฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์รวมไปถึงการสื่อสารได้เป็นอย่างดี และสามารถนำไปปรับใช้กับการเรียนหนังสือได้ด้วย
โต้วาที คืออะไร
การโต้วาที คือ การโต้แย้งจุดยืนระหว่างสองฝ่ายที่มีความคิดเห็นหรือมุมมองแตกต่างกัน โดยทั้งแต่ละฝ่ายจะผลัดกันเสนอข้อโต้แย้งของตนเองภายในระยะเวลาที่กำหนด ฝ่ายไหนที่สามารถให้เหตุผลและโน้มน้าวใจผู้ตัดสินได้ดีกว่า ก็จะเป็นฝ่ายชนะไป
ซึ่งการโต้วาทีไม่จำเป็นต้องจัดเป็นกิจกรรมใหญ่ ๆ เสมอไป เพราะคุณครูสามารถนำมาปรับใช้ในการสอนนักเรียน ด้วยการกำหนดหัวข้อและแบ่งเด็ก ๆ ออกเป็นสองฝ่าย จากนั้นพวกเขาได้เสนอมุมมองของตัวเอง กิจกรรมนี้จะช่วยสร้างการมีส่วนร่วมในห้องเรียน ฝึกการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดอย่างรอบคอบก่อนพูด
องค์ประกอบสำคัญของการโต้วาที มีอะไรบ้าง
- ญัตติ หัวข้อที่ใช้ในการโต้วาที อาจจะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเรียน โรงเรียน หรือชีวิตประจำวันของนักเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ แสดงความคิดเห็นจากประสบการณ์ตรง และทำความเข้าใจหัวข้อได้อย่างรวดเร็ว
- ประธาน ผู้เปิดงานและดำเนินกิจกรรม โดยประธานจะต้องเป็นคนที่เป็นกลางมากที่สุด ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
- คณะกรรมการตัดสิน ผู้ตัดสินแพ้ชนะ โดยพิจารณาจากการให้เหตุผลและทักษะด้านวาทศิลป์ของแต่ละฝ่าย
- ผู้โต้วาที แบ่งออกเป็น ฝ่ายเสนอ เป็นฝ่ายที่เห็นด้วยญัตติ และ ฝ่ายค้าน เป็นฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับญัตติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องหาเหตุผลมาสนับสนุนว่าทำไมถึงมีจุดยืนเช่นนั้น
- ผู้จับเวลา มีหน้าที่จับเวลาการพูดของแต่ละฝ่าย ไม่ให้เกินเวลาที่กำหนด

ทักษะสำคัญที่เด็ก ๆ จะได้รับจากการฝึกโต้วาที มีอะไรบ้าง
สำหรับทักษะต่าง ๆ และประโยชน์ของทักษะโต้วาทีที่เด็ก ๆ จะได้รับ มีดังนี้
การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)
เพราะการโต้วาที เด็ก ๆ จะต้องพิจารณาญัตติจากหลาย ๆ มุมมอง ผ่านการวิเคราะห์ จับประเด็นสำคัญ และโต้แย้งอย่างมีเหตุผลภายในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้ได้ฝึกทักษะการคิดเชิงวิพากษ์แบบก้าวกระโดด รวมถึงต้องมองหาจุดอ่อนในจุดยืนของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เพื่อให้อีกฝ่ายตอบโต้ได้ยาก
การสื่อสาร (Communication)
ผู้โต้วาทีจะต้องนำเสนอความคิดเห็นในที่สาธารณะ ช่วยฝึกทั้งความกล้าแสดงออก การใช้ภาษากายที่ดูดี เลือกใช้คำพูดที่สุภาพ ไม่เหยียดอีกฝ่าย และการเลือกใช้น้ำเสียงที่สุขุม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในสิ่งที่พูด ทำให้เด็กมีความมั่นใจและกล้าพูดในสิ่งที่คิดมากขึ้นด้วย
การให้เหตุผลและโน้มน้าวใจ (Reasoning & Persuasion)
ทักษะที่สำคัญที่สุดที่ได้จากการโต้วาที คือ การหาเหตุผลมารองรับความคิดเห็นของเรา เพราะการตัดสินแพ้หรือชนะ หลัก ๆ ก็มาจากเหตุผลที่ใช้ในการโต้แย้ง ถ้ามีหลักฐานหรือสถิติมาสนับสนุนก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก นอกจากนี้ หากพูดเชิงโน้มน้าวใจเพิ่มไปด้วย ก็จะช่วยให้ผู้ฟังคล้อยตามและยอมรับในจุดยืนของเรา
การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น (Listening)
การมีมารยาทต่ออีกฝ่ายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ทั้งฝ่ายเสนอและฝ่ายค้านจะต้องรับฟังความคิดเห็นของอีกฝั่งอย่างเต็มใจ และไม่แสดงกิริยาที่ไม่น่ารัก เพื่อลองรับฟังหลาย ๆ มุมมอง เพราะใช่ว่าความคิดของเราจะถูกเสมอไป ทักษะนี้จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ของเด็ก ๆ ด้วยกัน ฝึกความเห็นอกเห็นใจ และความใจเย็น ไม่เอาอารมณ์มาร่วมในกิจกรรม
การทำงานกันเป็นทีม (Teamwork)
การดีเบตเป็นกิจกรรมแบบกลุ่ม จึงช่วยสอนเด็ก ๆ ให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี เรียนรู้การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อนในทีม และทำงานในหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เช่น มีคนจดบันทึก คนเปิดประเด็น และคนที่สรุปประเด็น อีกทั้ง ทุกคนต้องช่วยกันระดมสมอง เพื่อหาเหตุผลมาสู้อีกฝ่ายให้ชนะ

แชร์วิธีฝึกทักษะโต้วาทีในโรงเรียนนานาชาติ ช่วยให้เด็กคิดเชิงวิพากษ์ได้เก่งขึ้น!
มาดูกันว่าที่โรงเรียนนานาชาติจะมีวิธีการสอนทักษะโต้วาทีให้กับเด็ก ๆ อย่างไรบ้าง
1. กำหนดหัวข้อที่ง่ายและใช้เวลาดีเบตไม่นาน
การกำหนดญัตติที่ยากเกินไป อาจทำให้เด็ก ๆ ไม่เข้าใจหรือไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาอธิบาย คุณครูจึงควรเลือกหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน หยิบยกประเด็นสังคมที่เข้าถึงได้ง่าย ตัวอย่าง
- ทำไมเราควรรณรงค์การพกกระติกน้ำส่วนตัวแทนการใช้ขวดน้ำพลาสติก
- การมี Social Media ทำให้เกิดการ Bully ง่ายขึ้นจริงหรือไม่
- เกรดมีความสำคัญต่ออนาคตของเด็กจริงหรือไม่
2. อธิบายขั้นตอนการโต้วาทีให้เด็ก ๆ ทราบ
เพราะการดีเบตไม่ใช่ใครจะเปิดประเด็นก็ทำได้เลย แต่ต้องขั้นตอนตามลำดับ วิธีนี้จะช่วยให้เด็ก ๆ เรียนรู้การทำงานอย่างเป็นระเบียบและเคารพกฎกติกา โดยต้องเริ่มจากการกล่าวเปิด พูดถึงญัตติ ผลัดกันให้เสนอความคิดเห็นของตัวเองในแต่ละรอบ สรุปผลการดีเบต และกล่าวปิดกิจกรรม
3. ฝึกให้เด็ก ๆ ค้นคว้าข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งที่มา
เพื่อเหตุผลที่โต้แย้งดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ควรดีเบตด้วยหลักฐานที่เชื่อถือได้ ซึ่งข้อมูลจะมาจากหนังสือ สารานุกรม สารคดี ข่าว บทความวิชาการ หรือประสบการณ์จริงของผู้คนก็ได้ เพราะการใช้ความคิดเห็นส่วนตัวอย่างเดียว อาจทำให้เหตุผลของฝ่ายเราไม่มีน้ำหนักมากพอ
4. ให้คำแนะนำหลังจากจบกิจกรรม
คุณครูจะสรุปหลังจบกิจกรรม ด้วยการให้เด็ก ๆ พูดคุยถึงสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้จากการโต้วาที อะไรที่พวกเขาคิดว่าตัวเองทำได้ดี หรือพัฒนาให้ดีกว่านี้ในครั้งถัดไป เพื่อให้รู้ว่าควรปรับปรุงตรงไหน และพัฒนาสกิลโต้แย้งให้เก่งขึ้นในอนาคต
สรุป
การโต้วาทีไม่ได้เป็นแค่การแข่งขัน แต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ได้มีส่วนร่วมกับเพื่อนในห้อง สานความสัมพันธ์ และเคารพในความคิดเห็นของอีกฝ่าย เด็ก ๆ อาจได้ค้นพบมุมมองที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน ทำให้เข้าใจในความแตกต่างและไม่ด่วนตัดสินใคร ทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งที่ฝึกได้ยาก แต่ถ้ามีติดตัวแล้วจะช่วยเสริมให้เด็กคิดอย่างมีเหตุผล รู้จักหาแหล่งที่มามาใช้อ้างอิง และแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเก่งขึ้น
