การสอบ DELF คือ การสอบวัดระดับภาษาฝรั่งเศสที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เป็นอีกสนามสอบที่คุณพ่อคุณแม่ควรส่งลูกไปลองทดสอบ ถ้าอยากให้เขาเรียนต่อสายภาษาฝรั่งเศส หรือนำผลสอบเป็น Portfolio ประกอบการยื่นคณะในอนาคต บทความนี้ดุสิตจะมาอธิบายทุกคนเพิ่มเติมว่า การสอบ DELF คืออะไร และมีทั้งหมดกี่ระดับ
DELF ย่อมาจากอะไร
DELF ย่อมาจาก Diplôme d’Etudes en Langue Française คือ การสอบวัดระดับความรู้ด้านภาษาฝรั่งเศสที่รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการของประเทศฝรั่งเศส ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลักและวัดทักษะครบทั้ง 4 ด้านพื้นฐาน ทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
การสอบ DELF มีทั้งหมดกี่ประเภท
รูปแบบการสอบ DELF สามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภทใหญ่ ๆ ซึ่งระดับความยากและวัตถุประสงค์ในการสอบจะแตกต่างกันไป ได้แก่
- DELF tout public: เป็นการสอบวัดระดับภาษาฝรั่งเศสสำหรับบุคคลทั่วไป เหมาะกับผู้ใหญ่ที่ต้องการทดสอบสกิลภาษาของตัวเอง
- DELF Prim: สำหรับชั้นประถมศึกษา (อายุ 7 – 12 ปี) ที่เลือกเรียนภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่ 3 และยังไม่มีพื้นฐานภาษาฝรั่งเศสมาก โดยเนื้อหาถูกปรับให้เหมาะสมกับอายุและความสนใจของเด็ก
- DELF Junior: สำหรับชั้นมัธยมศึกษา (อายุ 12 – 17 ปี) โดยเนื้อหาข้อสอบจะเน้นไปที่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และถูกปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นมากขึ้น จัดสอบโดย Alliance Française หรือศูนย์สอบที่ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศส
- DELF Scolaire: อายุของผู้สอบอยู่ในช่วงเดียวกับ DELF Junior แต่จะจัดสอบในโรงเรียนมัธยมศึกษาหรือหน่วยงานที่ได้รับการอนุญาตจากสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เหมาะกับการใช้ยื่นเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา
- DELF Pro: ออกแบบมาสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการประเมินทักษะภาษาฝรั่งเศส เพื่อใช้ในการประกอบวิชาชีพ

การสอบ DELF มีกี่ระดับ
สำหรับบทความนี้ดุสิตจะขอเน้นไปที่ระดับของการสอบของ DELF tout public และ DELF Prim เป็นหลัก โดยมีรายละเอียดดังนี้
DELF tout public
| ระดับ | รายละเอียด | ระยะเวลาสอบ | คะแนนเต็ม | คะแนนผ่านเกณฑ์ |
| A1
(Basic) |
ระดับพื้นฐานที่สุด สามารถใช้บทสนทนาสั้น ๆ ได้ เช่น การแนะนำตัวเอง นิสัย และงานอดิเรก รวมถึงอ่านและเขียนประโยคสั้น ๆ ในชีวิตประจำวัน | 1 ชม. 20 นาที | 100 คะแนน | 50 คะแนน |
| A2
(Basic) |
เข้าใจประโยค คำศัพท์ และสื่อสารได้ในระดับพื้นฐาน เช่น การซื้อของ การทำงาน หรือเล่าถึงครอบครัว และสามารถเขียนและอ่านอีเมล จดหมายได้ | 1 ชม. 40 นาที | 100 คะแนน | 50 คะแนน |
| B1
(Independent) |
เข้าใจและพูดคุยบทสนทนาที่ซับซ้อนขึ้นได้ เช่น การสัมภาษณ์ การแสดงความคิดเห็น อ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ และเขียนบทความด้วยภาษาทางการได้ | 1 ชม. 45 นาที | 100 คะแนน | 50 คะแนน |
| B2
(Independent) |
สามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว เข้าใจเนื้อหายาก ๆ อย่างสารคดี จับประเด็นหลักของข่าว แสดงความคิดเห็นโดยมีเหตุผลรองรับ รวมถึงอ่านและเขียนบทความเชิงวิชาการได้ดี | 2 ชม. 30 นาที | 100 คะแนน | 50 คะแนน |
DELF Prim
| ระดับ | รายละเอียด | ระยะเวลาสอบ | คะแนนเต็ม | คะแนนผ่านเกณฑ์ |
| A1.1 | สามารถทำความเข้าใจและตอบคำถามเกี่ยวกับชีวิตประจำวันได้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเติมประโยคให้สมบูรณ์ |
(พาร์ทละ 15 นาที) |
100 คะแนน | 50 คะแนน |
| A1 | เข้าใจเรียงความหรือเรื่องราวที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ทำแบบฝึกหัด และเขียนประโยคง่าย ๆ ได้ รวมถึงโต้ตอบกับคู่สนทนาได้ |
|
100 คะแนน | 50 คะแนน |
| A2 | ทำความเข้าใจเรียงความ 3 – 4 เรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันได้ดี เขียนจดหมาย เพื่อขอบคุณ สอบถามข้อมูล และเล่าเรื่องด้วยตัวคนเดียว ตามหัวข้อที่กำหนด |
|
100 คะแนน | 50 คะแนน |

ขั้นตอนการสมัครสอบ DELF แบบ Step by Step
สำหรับศูนย์สอบ DELF มีให้คุณเลือกหลากหลายแห่งและตามรูปแบบการสอบแต่ละประเภท ซึ่งส่วนใหญ่คนนิยมสมัครสอบที่สมาคมฝรั่งเศสประจำประเทศไทย (Alliance Française Bangkok) ดุสิตจึงจะมาสรุปขั้นตอนการสมัครแบบสั้น ๆ เข้าใจง่าย ดังนี้
- เข้าไปที่เว็บไซต์ https://afthailande.org/th/exam-th/diploma-th/
- เลือกประเภทการสอบ DELF ที่ต้องการสมัคร (มี DELF tout public, DELF Prim และ DELF Junior)
- เช็กรายละเอียดเกี่ยวกับรอบสอบ และกดปุ่ม “สมัครสอบ”
- กรอกข้อมูลส่วนตัวและอัปโหลดเอกสารประกอบการสมัคร
- ชำระเงินค่าสมัครสอบ
- รออีเมลยืนยันจากศูนย์สอบ และเตรียมตัวสอบ DELF ได้เลย
รวมคำถามพบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการสอบ DELF
ค่าลงทะเบียนสอบ DELF เท่าไหร่
แนะนำให้ติดต่อสอบถามกับศูนย์สอบที่สมัครสอบโดยตรง เพราะค่าสมัครสอบของแต่ละระดับมีราคาที่ไม่เท่ากัน
ผลสอบ DELF มีวันหมดอายุไหม
ผู้ผ่านการทดสอบจะได้รับประกาศนียบัตรที่มีอายุการใช้งานตลอดชีวิต ซึ่งสามารถสอบซ้ำ ๆ ได้ จนกว่าจะได้ระดับที่พึงพอใจ
การสอบ DELF กับ DALF แตกต่างกันยังไง
ทั้งการสอบ DALF และ DELF คือ การทดสอบวัดระดับภาษาฝรั่งเศสเหมือนกัน และได้รับประกาศนียบัตรตลอดชีพทั้งคู่ แต่แตกต่างกันตรงที่ DALF เนื้อหาจะมีความยากและซับซ้อนมากกว่า DELF เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นเรียนภาษาฝรั่งเศส ส่วน DALF เหมาะกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศสในระดับสูง หรือความสามารถใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา
สรุป
การสอบ DELF คือ สนามสอบที่จะช่วยให้ทั้งลูกและผู้ปกครองรู้ว่าสกิลภาษาฝรั่งเศสของเด็กอยู่ในระดับไหน มีจุดไหนที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม ข้อดีคือสามารถกลับมาสอบซ้ำ ๆ ได้ ถ้าต้องการวัดระดับของตัวเองในอนาคต การให้ลูกเรียนรู้ภาษาที่ 3 นอกจากภาษาอังกฤษก็เป็นทักษะที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยเปิดโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับลูก ช่วยฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ และเข้าใจความหลากหลายของวัฒนธรรมได้ดีขึ้นด้วย
