ถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษแบบ Native Speaker การตั้งใจเรียนในห้องเรียนก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าชีวิตประจำของเรารายล้อมไปด้วยภาษาอังกฤษ จะยิ่งช่วยพัฒนาสกิลของเราให้เก่งแบบก้าวกระโดด บทความนี้ดุสิตเลยจะมาแนะนำ 10 แอปฝึกภาษาอังกฤษ ทั้งแบบฟรีและเสียค่าใช้จ่าย ครบทั้งทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน พร้อมแล้วก็เตรียมตัวดาวน์โหลดเลย!
1. Duolingo

ถ้าจะพูดถึงแอปสอนภาษาอังกฤษที่ใช้งานได้ฟรี ทุกคนจะต้องนึกถึง Duolingo เป็นอย่างแรกแน่นอน เหตุผลคนนิยมใช้กันเยอะ เพราะคนที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนก็เรียนได้ เริ่มต้นตั้งแต่ศัพท์หรือประโยคง่าย ๆ แล้วค่อย ๆ ไต่ระดับความยากขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยฟีเจอร์หลัก ๆ คือการสอนภาษาควบคู่ไปกับการเล่นเกม (Gamification) เช่น เกมเติมคำ เรียงประโยค อ่านออกเสียง หรือจับคู่คำศัพท์กับความหมาย เป็นต้น
- ค่าใช้จ่าย: ฟรี (แต่สามารถอัปเกรดเป็นเวอร์ชันเสียเงิน “Super Duolingo” และ “Duolingo Max” เพื่อใช้งานฟีเจอร์อื่น ๆ เช่น Explain My Answer และ Roleplay)
2. HelloTalk

HelloTalk เป็นแอปฝึกภาษาอังกฤษที่จะจับคู่ผู้เรียนกับเจ้าของภาษาโดยตรง ทำให้มีโอกาสได้สื่อสารกับ Native Speaker ตัวเป็น ๆ ซึ่งสามารถสนทนาได้ทั้งรูปแบบแชต วิดีโอคอล เสียง หรือสร้างห้องเสียงเพื่อพูดคุยกันเป็น Community ก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวก เช่น Translation, Correction, AI Grammar และ Transliteration เพื่อให้การพูดคุยกับเพื่อนต่างชาติราบรื่นมากที่สุด
- ค่าใช้จ่าย: ฟรี (แต่สามารถใช้งานบางฟีเจอร์ได้จำกัด เช่น ลิมิตการแปลภาษา 10 ครั้ง/วัน และเริ่มแชตใหม่ได้ 10 คน/วัน)
3. ELSA Speak

ELSA Speak แอปฝึกพูดภาษาอังกฤษระดับโลกที่ประเมินทักษะด้วยเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยปรับปรุงการออกเสียง น้ำเสียง ไวยากรณ์ และการใช้คำศัพท์ พร้อมบอกจุดที่ควรแก้ไขและคำแนะนำอย่างละเอียดเหมือนกับครูภาษาอังกฤษตัวจริง มีหัวข้อการพูดคุยหลากหลายทั้งบทสนทนาในชีวิตประจำวันและการทำงาน นอกจากนี้ สามารถปรับกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะกับเป้าหมายส่วนตัวได้ด้วย
- ค่าใช้จ่าย: เริ่มต้นที่ 1,119 บาท สำหรับ ELSA Pro ระยะสั้น 3 เดือน และแพ็กเกจใหญ่สุดคือ ELSA Pro ตลอดชีพ ซึ่งราคาอยู่ที่ 3,659 บาท
4. Cake

สำหรับใครที่มีเวลาน้อยและอยากฝึกภาษาวันละนิดวันละหน่อย Cake เป็นแอปเรียนภาษาอังกฤษที่ชื่อน่ารัก แต่ฟีเจอร์จัดเต็ม เน้นการเรียนรู้ผ่านวิดีโอสั้น ๆ ไม่เกิน 3 นาที จากคลิปในยูทูบ ซีรีส์ พอดแคสต์ หรือการ์ตูน มีควิซสนุก ๆ ให้ทำ มีฟีเจอร์ให้พูดตาม แถมยังมีบทเรียนที่เนื้อหาคือสิ่งที่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เช่น สำนวนภาษาอังกฤษ วลียอดนิยม หรือประโยคที่ใช้เข้าสังคม เป็นต้น
- ค่าใช้จ่าย: มีทั้งแบบฟรีและเสียค่าใช้จ่าย (ถ้าสมัครแบบ Cake Plus จะสามารถเรียนบทเรียนได้โดยไม่มีโฆษณาคั่น)
5. Memrise

Memrise โปรแกรมสอนภาษาอังกฤษทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน ที่ใช้เวลาเรียนแค่ประมาณ 15 นาทีต่อวัน ผสมผสานการเรียนรู้เข้ากับแฟลชการ์ดที่มีทั้งภาพและเสียง ช่วยให้ผู้เรียนจำคำศัพท์ วลี สำนวนได้เร็วขึ้น รวมถึงฝึกวิธีการออกเสียงที่ถูกต้อง ผ่านการฝึกพูดกับวิดีโอเจ้าของภาษา
- ค่าใช้จ่าย: มีทั้งฟรีและเสียเงิน แพ็กเกจรายเดือน 355 บาท, รายปี 1,510 บาท และตลอดชีวิตอยู่ที่ 6,990 บาท
6. Drops

ใครที่ชอบท่องศัพท์แบบเกม ขอแนะนำ Drops แอปพลิเคชันฝึกภาษาอังกฤษที่เน้นการจำศัพท์ผ่านการเล่นเกม จำกัดเวลาเล่นแค่ 5 นาทีต่อวันเท่านั้น เพื่อไม่ให้ผู้เรียนรู้สึกกดดันจนเกินไป เหมือนแวะมาเล่นเกมสนุก ๆ เฉย ๆ ซึ่งมีศัพท์มากมายกว่า 5,000 คำจาก 100 หมวดหมู่ รับรองว่าได้คลังคำศัพท์ใหม่ ๆ เพียบแน่นอน
- ค่าใช้จ่าย: สามารถใช้งานได้ฟรี ทั้ง iOS และ Android
7. LearnEnglish Grammar

ยกระดับงานเขียนให้เป๊ะด้วย LearnEnglish Grammar แอปพลิเคชันช่วยทบทวนไวยากรณ์มาตรฐานสากลจาก British Council องค์กรชั้นนำด้านวัฒนธรรมและการศึกษาที่ทั่วโลกยอมรับ ซึ่งการฝึกไวยากรณ์ภาษาอังกฤษในแอปนี้มีระดับความยากให้ผู้ใช้งานฝึกทั้งหมด 4 ระดับ โดยเนื้อหาจะเริ่มต้นตั้งแต่ CEFR ระดับ A1 และระดับสูงสุดคือ CEFR ระดับ C2 เรียกได้ว่าน้อง ๆ นักเรียนคนไหน หรือใครที่กำลังมองหาแอปฝึกภาษาอังกฤษแบบอัปสกิลครบทุกด้านต้องแอปนี้เลย!
- ค่าใช้จ่าย: ฟรี
8. Bright

Bright แอปพลิเคชันเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่การันตีว่าผู้เรียนจะเก่งขึ้นใน 2 เดือน ด้วยเทคนิคการจำคำศัพท์แบบ Fast Brain และ Spaced Repetition เป็นการจำศัพท์ใหม่ใน 24 ชั่วโมง และกลับมาทบทวนอีกครั้งในอีก 3 วันหรือสัปดาห์ถัดไป โดยมีคลังคำศัพท์กว่า 4,000 คำและหลากหลายหัวข้อ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ครอบครัว หรือการสัมภาษณ์งาน รวมถึงมีระบบตรวจจับการออกเสียงด้วย
- ค่าใช้จ่าย: ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน จากนั้นคิดค่า Subscription ตามแพ็กเกจ
9. English Listening – 6mins

6mins เป็นแอปฝึกฟังภาษาอังกฤษสั้น ๆ ใน 3 – 6 นาที โดยอิงเนื้อหาจาก BBC Learning English แพลตฟอร์มเรียนภาษาอังกฤษจาก BBC สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษ ทำให้ได้เรียนรู้สำเนียงและไวยากรณ์แบบ British เหมาะสำหรับผู้ที่อยากปูพื้นฐานก่อนเรียนต่อสถาบันในสหราชอาณาจักร ซึ่งนอกจากการฟังแล้ว 6mins ยังสรุปคำศัพท์จากข่าว และอธิบาย Grammar Guide แบบละเอียดอีกด้วย
- ค่าใช้จ่าย: ใช้งานได้ฟรี
10. The Guardian – UK & World News

ปิดท้ายด้วย The Guardian – UK & World News แอปอ่านข่าวภาษาอังกฤษในเลเวล Advanced เพราะเนื้อหาข่าวยาวและใช้ศัพท์ยาก ๆ ค่อนข้างเยอะ เหมาะกับคนที่อยากท้าทายตัวเอง หรือรู้สึกว่าคลังศัพท์ที่มีเริ่มง่ายเกินไป ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ฟังข่าวแบบเต็ม ๆ ได้เช่นกัน มีให้เลือกอ่านทั้งข่าวกีฬา ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าววัฒนธรรม และข่าวไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ
- ค่าใช้จ่าย: สามารถอ่านได้ฟรี 20 เรื่อง/เดือน และสามารถอัปเกรดเป็นพรีเมียม เพื่อการอ่านที่ลื่นไหลแบบไร้โฆษณาและไม่จำกัดจำนวนเรื่อง โดยมีแพ็กเกจให้เลือกทั้งแบบรายเดือน 11.99 ปอนด์ (ประมาณ 508 บาท) และรายปี 119.99 ปอนด์ (ประมาณ 5,076 บาท)
สรุป
จบกันไปแล้วกับ 10 แอปพลิเคชันฝึกภาษาอังกฤษที่ดุสิตได้รวบรวมมาให้ทุกคนในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องติดตั้งครบทุกแอป แต่แนะนำว่าให้ลองเลือกดาวน์โหลดตามความสนใจ หรือตามทักษะที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม ที่สำคัญ แอปฝึกภาษาอังกฤษเหล่านี้ใช้เวลาเรียนไม่นาน แค่สละเวลาว่างในแต่ละวันสักเล็กน้อย ก็อาจเปลี่ยนจากสกิลภาษาอังกฤษธรรมดา ให้เก่งเทียบเท่าเจ้าของภาษาได้เลยทีเดียว!
