EdTech คือ อนาคตด้านการศึกษาที่น่าจับตามองในศตวรรษที่ 21 เพราะช่วยให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพและเข้าถึงโลกการศึกษาที่กว้างมากขึ้น การเรียนรู้บนกระดานอย่างเดียวในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ จะดีกว่าไหมถ้ามีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ช่วยให้การเข้าถึงความรู้ของเด็ก ๆ สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น บทความดุสิตจะพาทุกคนไปทำความรู้จักว่าเทคโนโลยีการศึกษา (EdTech) คืออะไร และมีความสำคัญกับระบบการศึกษายุคใหม่อย่างไรบ้าง
EdTech คืออะไร
EdTech หรือ Education Technology คือ การนำเทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มาใช้ควบคู่กับการเรียนการสอน เช่น Google Classroom, Kahoot, Turninit หรืออุปกรณ์ VR เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ทำให้เด็ก ๆ ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้แบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่จดเนื้อหาลงสมุด แต่ได้มีส่วนร่วมในห้องเรียนมากขึ้นด้วย

ประเภทของเทคโนโลยีการศึกษา (EdTech) มีอะไรบ้าง
เทคโนโลยีทางการศึกษาในยุคดิจิทัลมีให้เลือกใช้มากมาย ตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ และรายวิชาที่สอน โดยตัวอย่างของเครื่องมือ EdTech มีดังนี้
1. ซอฟต์แวร์จัดการการเรียนการสอน (Learning Management Systems)
เป็น EdTech ที่เข้ามาช่วยคุณครูจัดระเบียบตารางการสอน ติดตาม และประเมินผลการบ้านหรือการสอบของนักเรียน เช่น Google Classroom, Blackboard และ Moodle ที่ผู้สอนสามารถจัดรายวิชา สร้างแบบฝึกหัด และกำหนดวันส่งการบ้านได้ด้วยตัวเอง
2. ฮาร์ดแวร์สร้างประสบการณ์การเรียนรู้
ได้แก่ อุปกรณ์ Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) เพื่อจำลองบรรยากาศเสมือนจริงขณะสอนเนื้อหาต่าง ๆ เช่น ดาราศาสตร์ การทดลองวิทยาศาสตร์ หรือประวัติศาสตร์ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้แบบสมจริงมากที่สุด หรือใช้จอ Interactive หรือแท็บเล็ตในการเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสและโต้ตอบกับจอโดยตรง
3. สื่อการสอนแบบ Interactive Learning Tools
การถาม-ตอบในห้องเรียนอาจจะดึงดูดความสนใจจากเด็ก ๆ อาจไม่เพียงพอเสมอไป การใช้ Interactive Learning Tools อย่าง Kahoot!, แอป Quizlet, Duolingo จะช่วยให้คุณครูสามารถออกแบบการสอนในรูปแบบเกม เพื่อสร้างความสนุกสนานระหว่างการเรียนหนังสือให้กับเด็ก ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual Classrooms)
ในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยและเด็ก ๆ ไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนได้ การใช้โปรแกรมหรือเครื่องมือกลุ่มห้องเรียนเสมือนจริง จะทำให้การเรียนการสอนสามารถดำเนินไปต่อได้แบบไม่สะดุด โดยโปรแกรมหรือเครื่องมือที่ได้รับความนิยม เช่น Zoom, Google Meet และ Microsoft Teams ที่ช่วยให้คุณครูและนักเรียนสามารถสื่อสาร มีปฏิสัมพันธ์ และทำการเรียนการสอนได้แบบเรียลไทม์

ประโยชน์ของ EdTech ที่มีผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน
เพราะทั้งอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะแท็บเล็ตหรือสมาร์ตโฟน ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเด็ก ๆ ไปแล้ว การให้พวกเขาคุ้นชินกับเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องไม่ควรมองข้าม และยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น
ช่วยพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
การใช้เทคโนโลยีการศึกษา EdTech ในห้องเรียน เด็ก ๆ จะได้ใช้เทคโนโลยีในการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเอง ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการรู้เท่าทันสื่อไปในตัว ซึ่งถือเป็น 21st Century Skills ที่ควรปลูกฝังติดตัวตั้งแต่เด็ก
สร้างการมีส่วนร่วมและความสนุกสนานในการเรียนรู้
เครื่องมือ EdTech สามารถออกแบบวิธีการสอนแบบ Game-based Learning ที่คุณครูทำแบบฝึกหัดในรูปแบบเกมด้วยโปรแกรม Kahoot! เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมและการแข่งขันสนุก ๆ ในห้องเรียน
ปรับวิธีการสอนที่เหมาะกับแต่ละบุคคล (Personalized Learning)
เพราะเด็กทุกคนมีพัฒนาการและศักยภาพในการเรียนรู้ที่ไม่เท่ากัน การใช้เครื่องมือ EdTech มีจุดเด่นคือสามารถปรับแต่งให้เข้ากับวิธีการเรียนหนังสือของเด็กแต่ละคนได้ ทั้งระดับความยากง่ายและระยะเวลาในการทำแบบฝึกหัด ช่วยให้เด็กไม่รู้สึกถูกกดดันและเรียนตามเพื่อน ๆ ได้ทันเวลา

เทคโนโลยีการศึกษา EdTech ที่ St. Andrews Dusit ถูกนำมาปรับใช้ในห้องเรียนอย่างไรบ้าง
ดุสิตทราบเป็นอย่างดีว่า EdTech คือ อนาคตแห่งการศึกษาที่จะต้องนำมาบูรณาการในการสอนให้เร็วที่สุด เพราะปัจจุบันมีเทรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอด ยิ่งถ้านักเรียนสามารถปรับตัวได้เร็ว เขาก็จะสามารถเอาชนะความท้าทายและรับมือการความเปลี่ยนแปลงได้ดี และนี่คือตัวอย่างการนำเทคโนโลยีการศึกษา EdTech มาปรับใช้ในวิชาเรียนของเรา
Hour of AI โดย Code.org
ดุสิตได้เข้าร่วมโครงการ “Hour of AI” ของ Code.org ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ให้บริการแพลตฟอร์มด้านการเขียนโค้ดและวิทยาการคอมพิวเตอร์ฟรี เพื่อให้เด็ก Key Stage 1 และ 2 เข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร และวิธีการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ
- Key Stage 1: เด็ก ๆ ของเราจะทำความเข้าใจว่า AI ใช้ Machine Learning อะไรในการตัดสินใจ
- Key Stage 2: จะเรียนรู้ในหัวข้อที่ยากยิ่งขึ้น ซึ่งก็คือการเขียนโค้ดด้วย AI รวมถึงศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับจริยธรรม AI ในด้านความเป็นส่วนตัวและผลกระทบต่อสังคม
Play-Based Learning ที่ผสานเข้ากับเทคโนโลยี
ดุสิตต้องการให้เด็ก ๆ มีความเพลิดเพลินและมีส่วนร่วมในห้องเรียนให้มากที่สุด ห้องเรียนแบบหน้ากระดานไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป เราจึงได้นำ Interactive Whiteboards หรือกระดานอัจฉริยะ มาใช้ในการทำกิจกรรมกลุ่ม นำเสนอหน้าห้องเรียน หรือเล่นเกมในแอปพลิเคชันต่าง ๆ
3D Printing Innovation
นักเรียนของดุสิตได้เรียนรู้พื้นฐานของการออกแบบภาพ 3 มิติด้วยซอฟต์แวร์ “Tinkercad” และเรียนรู้วิธีการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ทั้งในด้านวิศวกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์ และสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ เด็ก ๆ จะได้สร้างงานพิมพ์ของตัวเองบน 3D printer เครื่องใหม่ของเราอีกด้วย
สรุป
จะเห็นได้ว่า EdTech คือ เครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เด็กทุกคนเข้าถึงความรู้ได้อย่างเต็มที่ เพราะโลกแห่งการศึกษาไม่ควรถูกปิดกั้น แต่ควรให้เด็ก ๆ ได้รับความรู้รอบตัวให้มากที่สุด รวมถึงเปิดโอกาสให้พวกเขาได้คิดวิเคราะห์ในมุมมองที่แตกต่าง และมีส่วนร่วมกับเนื้อหาอย่างเต็มที่ มากกว่าการเรียนเพื่อสอบเพียงอย่างเดียว
